ประวัติศาสตร์สากล

posted on 19 Feb 2012 22:34 by 406dmsu in Article directory Fiction, Tech, Knowledge
ประวัติศาสตร์สากล
 
ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ยุคหิน

ยุคหินเก่า (Paleolithic Age หรือ Old Stone Age)

1. อายุประมาณ 2 ล้านปีก่อนคริสต์ศักราช

  2.ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บผลไม้ป่า

 3. อาศัยตามถ้ำหรือที่พักหยาบๆ

  4. พึ่งพาธรรมชาติและไม่เข้าใจปรากฎการณ์ธรรมชาติ

  5. รู้จักใช้ไฟ

  6. ประกอบพิธีฝังศพอันเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนา

 7. ภาพจิตรกรรมผนังถ้ำตามความเชื่อและพิธีกรรม

 ยุคหินกลาง (Mesolithic Age หรือ Middle Stone Age)

1.อายุประมาณ 8 พันปีก่อนคริสต์ศักราช
2.เริ่มรู้จักเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์แบบง่ายๆ 
3.ภาพจิตรกรรมผนังถ้ำมีความซับซ้อนมากขึ้น  จุดมุ่งหมายเพื่อพิธีกรรมความเชื่อเรื่องวิญญาณ
4.มีพิธีกรรมเกี่ยวกับพระ 

ยุคหินใหม่

          1. อายุประมาณ 4 พันปีก่อนคริสต์ศักราช

          2. ผลิตอาหารได้เอง  รู้จักเก็บกักอาหาร  หยุดเร่ร่อน

          3. เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหินประณีตขึ้น

          4. รู้จักการทอผ้า  เครื่องปั้นดินเผา  ทำเครื่องทุ่นแรง เช่น การเสียดสีให้เกิดไฟ การประดิษฐ์เรือ

          5. รวมกลุ่มเกษตรกรรมเป็นหมู่บ้าน มีการจัดระเบียบเพื่อควบคุมสังคม มีหัวหน้าชุมชน

          6. อนุสาวรีย์หิน (Stonechenge) ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นงานสถาปัตยกรรมของมนุษย์  เชื่อว่าสร้างเพื่อคำนวณทางดาราศาสตร์  พิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยว

              ข้องกับการเกษตรหรือบูชาพระอาทิตย์

 

สมัยโบราณ 

อียิปต์

        - ศูนย์กลางของอารยธรรมอยู่ที่ลุ่มแม่น้ำไนล์   มีปราการธรรมชาติเป็นทะเลทรายล้อมรอบ   เป็นสังคมเกษตรกรรมที่พัฒนามาจนเป็นเมือง ( โมนิส ) ขยายพื้นที่เพาะปลูก สร้างเขื่อน กษัตริย์ที่ขึ้นปกครอง เรียกว่า ฟาโรห์  เป็นกึ่งกษัตริย์กึ่งเทพเจ้า โครงสร้างทางสังคมแบ่งเป็น 3 ชนชั้น คือ*

        - เจริญรุ่งเรืองด้านอารยธรรม  มีการประดิษฐ์อักษรภาพ เรียกว่า เฮียโรกริฟฟิค  และบันทึกลงแผ่นกระดาษปาปิรุส ผุกพันกับพิธีกรรมและพระเจ้าตั้งแต่เกิดจนตาย  นับถือเทพเจ้าหลายองค์  เทพเจ้าสูงสุด คือ รา หรือ เร ( สุริยเทพ ) เทพเจ้าที่สำคัญ คือ เทพโอซิรุส

        - เชื่อเรื่องวิญญาณและเชื่อเรื่องโลกหน้า  จึงทำให้มีการทำมัมมี่  เพื่อรักษาร่างผู้ตายไม่ให้เน่าเปื่อย  สร้างพีระมิดไว้เก็บศพฟาโรห์

        - ศิลปะสะท้อนความคิดและความเชื่อของคนในสังคม เช่น การสร้างพีระมิด สฟิงซ์ วิหารเทพเจ้า เสาโอเบลิสก์ คัมภีร์มรณะ (Bock of the Dead)
 

เมโสโปเตเมีย

    

 

  - เป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณืระหว่างแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำโทกริสและแม่น้ำยูเฟรติส จึงทำให้ชนชาติต่างๆแย่งชิงผลัดเปลี่ยนเข้ามาสร้างสรรค์อารยธรรมของตน

        - ชาติแรกที่เข้ามา คือ สุเมเรียน  ซึ่งมีความเจริญด้านการเกษตร  รู้จักการชลประทานและจัดการปกครองแบบนครรัฐได้เป็นครั้งแรก

        - ประดิษฐ์อักษรลิ่ม  ลงบนแผ่นดินเหนียว  มีความเจริญด้านคณิตศาสตร์ เช่น การคูณหาร  ถอดรากกำลังสอง  เลขฐาน 60 เป็นต้น มีการติดต่อค้าขายกับภายนอก 

       - นับถือเทพเจ้าหลายองค์  วิหารบูชาเทพเจ้า คือ ซิกกูแรท (Ziggurat) 

      - บาบิโลเนีย  ประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมบูราบี  ใช้บทลงโทษที่รุนแรง  " ตาต่อตา ฟันต่อฟัน "  เพื่อสร้างระเบียบและความยุติธรรมให้แก่ดินแดน  ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลก

       - อัสซีเรีย  การแกะสลักภาพนูนต่ำ (bas relief) แสดงการสู้รบของกษัตริย์อัสซูร์บาลิปาล รวบรวมงานเขียนไว้ที่ห้องสมุดเมืองนายเวห์ (Nineveh) ซึ่งเป็นห้องสมุดแห่งแรกของโลก

        - คาลเดีย  สร้างสวนลอยแห่งกรุงบสบิโลน  มีความสามารถด้านดาราศาสตร์ แบ่งสัปดาห์ 7 วัน  สามารถทำนายสุริยุปราคา และนำดาราศาสตร์มาเป็นเครื่องทำนายชะตาชีวิตมนุษย์

        - เปอร์เซีย  ระบอบการปกครองแบบจักรวรรดินิยมที่มั่นคง  ขยายการค้าไปยังดินแดนต่างๆ

        - ฟินิเซีย  มีความสามารถด้านการค้า การแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นชาติแรกที่มีเหรียญทองคำใช้  เป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรมของชาติต่างๆในภูมิภาคนี้

 

กรีก

       

 กรีก เป็นเชื้อสายอินโด ยูโรเปี้ยน เรียกวัฒนธรรมตนเองว่า เฮเลนนีส (Hellenes) เรียกบ้านเมืองตนเองว่า เฉลลัส (Hellas)

        ยุคเฮเลนิค (Hellenic Civilization)

        - มีศูนย์กลางอยู่ที่เอเธนส์ มีการปกครองแบบนครรัฐ  ศูนย์กลางของนครรัฐอยู่ที่   อะโครโปลิส "  มีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้ามาก  การเดินทางไปค้าขายกับดินแดนต่างๆ  ทำให้ชาวกรีกมีโลกทัศน์กว้างขวางและรับวัฒนธรรมจากดินแดนต่างๆ ทำให้ชาวกรีกเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เชื่อมั่นในเหตุผล เชื่อในดุลพินิจของตน ส่งผลต่อแนวคิดมนุษย์นิยม (Humanism)

        - สนใจในธรรมชาตินิยม (Naturalism) นับถือเทพเจ้าหลายองค์  แต่มีอิสรภาพทางความคิด  เพราะศาสนาไม่มีอิทธิพลวิถีเหนือชีวิตของคนในสังคมมากนัก
        - แนวคิดประชาธิปไตย มนุษย์ปกครองแบบนครรัฐอิสระ เช่น นครรัฐเอเธนส์ ปกครองแบบประชาธิปไตยทางตรง  โดยพลเมืองชายที่เป็นเจ้าของที่ดินและเกิดในนครรัฐจะมีสิทธิในการปกครอง มีสิทธิในการเข้าประชุมสภาราษฎร

        อารยธรรมของกรีกซึ่งเป็นรากฐานของอารยธรรมตะวันตกในปัจจุบัน ได้แก่
        สถาปัตยกรรม
        - เน้นความยิ่งใหญ่ เรียบง่าย กลมกลืน  
        - ไอโอนิคฅ
        - โดรินเซียน

      ประติมากรรม
        - เป็นการปั้นที่เป็นสัดส่วนและสรีระที่เป็นมนุษย์จริง  การเปลือยกายเป็นการแสดงออกถึงความงามของมนุษย์ตามธรรมชาติ เช่น นักขว้างจักร

     จิตรกรรม
        - จิตรกรรมที่มีชื่อเสียง ได้แก่ การเขียนภาพบนเครื่องปั้นดินเผาลวดลายต่างๆ

      วรรณกรรม
       - มหากาพย์ลีเลียดและโอเดสซีของโฮมเมอร์ 
        - นิทานอีสปและงานด้านปรัชญาของเพลโต โสเกรตีส อริสโตเติล

        ละคร
        - ละครสุขนาฏกรรม (Comedy)
        - ละครโศกนาฏกรรม (Teagedy) 
        - การสร้างโรงมหรสพ

        ส่วนสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้นเป็นยุคที่กรีกเผยแพร่วัฒนธรรมของตนไปยังด้านตะวันออก  จนสามารถครอบครองอียิปต์  เปอร์เซียจนถึงตอนเหนือของอินเดีย  จึงมีการผสมผสานศิลปะกรีกกับศิลปะตะวันออก  ทำให้เป็นศิลปะที่เน้นความงดงามแบบหรูหราอลังการ  แสดงถึงอารมณ์อย่างรุนแรง

 

โรมัน

  

 

 

 

        - โรมันปกครองแบบสาธารณรัฐ  ซึ่งประกอบด้วยประมุขฝ่ายบริหาร 2 คนและมีสภาเซานท์หรือสภาสูงจำนวน 300 คน ประกอบด้วยชนชั้นสุงและเจ้าของที่ดิน (Patrician)  ส่วนสภาราษฎรประกอบด้วยพลเมืองโรมันทั้งพาทริเชียนและพลีเบียน คือ ชนชั้นสามัญ 

        - ต่อมาพวกพลีเบียนมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นและมีสิทธิในการปกครอง  สามารถแต่งตั้งตำแหน่งทรีบูน (Tribune) ซึ่งมีสิทธิออกเสียงโหวต  ทำให้มีการ
บันทึกกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เรียกว่า กฎหมายสิบสองโต๊ะ  ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกของโรมันที่เป็นลายลักษณ์อักษร  มีความเสมอภาคทางกฎหมาย  ทำให้การ
ตัดสินคดีมีมาตรฐานเดียวกัน

        - มีการแบ่งแยกอำนาจกัน ทหารเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จูเลียส ซีซาร์ ดำรงตำแหน่งผู้เผด็จการตลอดชีพ  ส่วนออกัสลัส ซีซาร์ ตั้งตนเป็นจักรพรรดิ  ทำให้การปกครองระบอบสาธารณรัฐสิ้นสุด  การปกครองแบบจักรพรรดิ เรียกว่า " สมัยสันติภาพโรมัน " อันเป็นผลให้ปรับปรุงการปกครอง ปรับปรุงภาษี  ขยายดิน
แดน  สร้างสาธารณูปโภค เช่น สะพาน ถนน ท่อน้ำ ที่จักรพรรดิรวมกันได้มั่นคงเพราะมีกฎหมายควบคุม  ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมและภาษาละติน   ค.ศ.476 
จักรพรรดิโรมันตะวันตกถูกยึดครองโดยพวกอนารยชนเผ่าติวตัน

        - ชาวโรมันเป็นนักปฏิวัติ  นักประยุกต์  เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอย  นับถือเทพเจ้าตามอย่างกรีกแต่เปลี่ยนชื่อ   นำศิลปะมารับใช้มนุษย์แทนการรับใช้พระเจ้า

        - ชาวโรมันคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้สอย  ความรับผิดชอบต่อสังคม  ความมีระเบียบวินัย  ความหรูหรา  ความสะดวกสบายและการแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ของอำนาจรัฐ เช่น วิหารแพนธีออน โคลอสเซียม โรงละคร ที่อาบน้ำสาธารณะ

        - จิตรกรรม  ภาพวาดที่ฝาผนังนครปอมเปอี

        - วรรณกรรม  มหากาพย์เอเนียลของเวอร์จิล

        - กฎหมาย  กฎหมายสิบสองโต๊ะ

       

 

สมัยกลาง

เริ่มตั้งแต่อาณาจักรโรมันล่มสลายในปี ค.ศ.476  ศตวรรษที่ 5-15  เนื่องจากการรุกรานของอนารยชนเผ่าติวตัน  อำนาจทางการเมืองกระจัดกระจาย  ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ผู้คนหันมายึดศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และให้ความหวังกับคนในสังคมว่าจะได้ไปเสวยสุขกับพระเจ้าบนสวรรค์หรือมุ่งหวังชีวิตที่ดีกว่าในโลกหน้า  

        คริสต์ศตวรรษที่ 14  ยุโรปมีความตื่นตัวทางด้านการพานิชย์  และแสวงหาดินแดนในโลกอันนำมาซึ่งลัทธิการล่าอาณานิคม  ส่วนในทางวิทยาศาสตร์และการ

ประดิษฐ์  มีการค้นพบระบบสุริยจักรวาลของโคเปอร์นิคัส  

การค้นพบกระบวนการพิมพ์หนังสือของกูเตนเบอร์กและฟุสท์

        ลักษณะสังคม  เป็นสังคมในลัทธิฟิวดัล  ซึ่งคนในสังคมมีความสัมพันธ์ในฐานะเจ้าของที่ดินและทาสติดที่ดิน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

        1. พระ  เป็นผู้มีบทบาทมาก  เพราะเป็นศูนย์ของความเชื่อ  ความศรัทธาในศาสนาของประชาชน  พระสันตปาปาที่กรุงโรมมีอำนาจสูงสุด  พระที่มีฐานะรองลง
มาก็จะทำหน้าที่ต่างๆ  ตามขอบเขตการปกครอง เช่น สั่งสอนประชาชน เก็บภาษีอากร ฯลฯ
        2. ชนชั้นปกครอง  ได้แก่  กษัตริย์  ขุนนาง  และอัศวิน  ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน  มีชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย
        3. สามัญชน  ได้แก่  ชาวนาและทาสติดที่ดิน  ที่ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงชีพภายใต้อำนาจสิทธิ์ขาดและการคุ้มครองจากเจ้าของที่ดิน  ไม่ค่อยมีการปรับปรุงที่ดินเพื่อการเกษตร  ผลผลิตไม่พอเพียงกับความต้องการของชุมชน

วรรณกรรม
        สมัยกลางช่วงต้น   จะเน้นวรรณกรรมศาสนาหรือวรรณกรรมสะท้อนภาพสังคมฟิวดัล  เช่น  The City Of God 
        สมัยกลางช่วงปลาย     เน้นวรรณกรรมทางโลกมากขึ้น  เช่น  The Divine Comedy

การศึกษา   เน้นด้านเทววิทยาและขยายการศึกษาไปสู่การจัดตั้งมหาวิทยาลัย

อิทธิพลศิลปะมุสลิม
        - จิตรกรรม  ได้แก่  งานเขียนลวดลายเรขาคณิต  ลวดลายดอกไม้
        - หัตถกรรม  ได้แก่  เครื่องปั้นดินเผา  เครื่องโลหะ  เครื่องทองเหลือง
        - วรรณกรรม  ได้แก่  นิทานอาหรับราตรี  รุไบยาดของโอมาร์ คัยยัม

 
สมัยใหม่

 

สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

        1. ด้านเศรษฐกิจ  เกิดการตื่นตัวทางการค้า  มีการสำรวจดินแดนใหม่ๆ  (Age of Discovery)

        2. กำเนิดชนชั้นกลาง  คือ  พ่อค้าและปัญญาชน  ความเสื่อมของระบบฟิวดัล  พระและขุนนางถูกลดบทบาท

        3. การปกครองเปลี่ยนไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  เกิดแนวคิดความเป็นรัฐชาติ

        4. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์  เรียกยุคนี้ว่า  Age of Reason และ Age of Enlightenment

         5. การปฏิรูปศาสนา  เกิดนิกายโปรเตสแตนท์  โดย มาร์ติน ลูเธอร์

วรรณกรรม   มีการใช้ภาษาถิ่นแทนภาษาละติน

ศิลปะสมัยใหม่  ( Modern Art )

1. ศิลปะจินตนิยม  ( Romanticism )  ค.ศ.1800-1900

        -  ก่อเกิดในอังกฤษและฝรั่งเศสช่วงระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน  มีทรรศนะคติที่ต้องการความเป็นอิสระในการแสดงออกที่ศิลปินต้องการมากกว่าการเดินตามกฎเกณฑ์และแบบแผนทางศิลปะ  ดังที่ศิลปินลัทธิคลาสสิกใหม่ยังยึดถืออยู่
        -  เป็นศิลปะที่เน้นอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล  มุ่งสร้างสรรค์งานที่ตื่นเต้น  เร้าใจ  ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจแก่ผู้ชม

2. ศิลปะสัจนิยม  ( Realisticism )  กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19
        -  ศิลปินในยุคนี้ได้แก่  กุสตาฟ  คูร์เบท์ , ฌอง  ฟรังซัวส์  มิล์เลท์

3. ศิลปะลัทธิประทับใจ  ( Impressionism )  ศิลปะแห่งความงดงามของประกายแสงและสี
        -  แสดงภาพทิวทัศน์บก  ทะเล  ริมฝั่ง  เมืองและชีวิตประจำวันที่รื่นรมย์  เช่น  การสังสรรค์  บัลเลต์  การแข่งม้า  สโมสร  นิยมเขียนภาพนอกห้องปฏิบัติงาน
        -  พยายามแสดงคุณสมบัติของแสงสี  อันเป็นผลมาจากความรู้เกี่ยวกับแสงจากสเปกตรัมและสี  ซึ่งเป็นผลผลิตจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์  
        -  ศิลปินในยุคนี้  ได้แก่  มาเนท์ , โคลด  โมเนท์ , เรอนัวร์ , เดอกาส์ , โรแดง , รอสโซ

4. ศิลปะลัทธิประทับใจใหม่  ( Neo-Impressionism )  สีจากแสงสเปกตรัมมาสู่อนุภาค
        -  เกิดเทคนิคการระบายสีเป็นสีจากจุด  ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อทางฟิสิกส์ว่า  แสง คือ อนุภาค  โดยการระบายสีให้เกิดริ้วรอยพู่กันเล็กๆด้วยสีสดใส  จุดสีเล็กๆนี้จะผสานกันในสายตาของผู้ชม  มากกว่าการผสมสีอันเกิดจากการผสมบนจานสี
        -  ศิลปินคนสำคัญ  ได้แก่  จอร์จส์ เซอราท์ , คามิลล์ พีส์ซาร์โร , พอล ซิบัค

5. ศิลปะลัทธิประทับใจยุคหลัง  ( Post-Impressionism )

6. ศิลปะลัทธิบาศกนิยม  ( Cubism )  ค.ศ.1907-1910

7. ศิลปะลัทธิเหนือจริง  ( Surrealism )  ศิลปกรรมที่เปิดเผยความฝันและจิตใต้สำนึก

8. ศิลปะลัทธินามธรรม  ( Abstractionism )  ศิลปะไร้รูปลักษณ์
 
 
สมัยปัจจุบัน
 

มีการปฏิวัติอุสาหกรรมซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในช่วงหลังศตวรรษที่18  โดยเริ่มจากอังกฤษและอพร่ไปในยุโรปและอเมริกา  เกิดการเปลี่ยนแปลง  คือ

        1. โครงสร้างทางสังคม  :  การกำเนิดของชนชั้นกลางและชนชั้นกรรมาชีพ
                - ชนชั้นกลาง  ได้แก่  พ่อค้า  นักธุรกิจ  นายธนาคาร  ผู้ร่ำรวยจากการค้า  นักปราชญ์  ศิลปินต่างๆ
                - ชนชั้นกรรมาชีพ  ได้แก่  เกษตรกรที่ละทิ้งไร่นาไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมตามเมืองใหญ่  

        2. การเติบโตของแนวคิด  :  เสรีนิยม และสังคมนิยม
                - แนวคิดเสรีนิยม (Liberalism) 
        เน้นการเคลื่อนไหวให้มีเสรีภาพทางการเมือง  เศรษฐกิจและสังคม  รวมทั้งการเรียกร้องสิทธิเสมอภาค  นำไปสู่การแข่งขัน  สอดคล้องกับความต้องการของชนชั้นกลางที่เติบโตขึ้น เพราะชนชั้นกลางสามารถเลื่อนฐานะทางสังคมได้ง่าย  โดยไม่ต้องคำนึงถึงชาติกำเนิด  แนวคิดนี้ทำให้เกิดการเรียกร้องประชาธิปไตย  นำไปสู่การปฏิวัติอเมริกา ค.ศ.1776  และการปฏิวัติในฝรั่งเศส ค.ศ.1789
        ในทางเศรษฐกิจ  กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกอย่างต้องดำเนินไปอย่างมีเสรีภาพ  รัฐบาลต้องไม่แทรกแซง  หน้าที่ของรัฐคือการควบคุมให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างเรียบร้อย

               - แนวคิดสังคมนิยม (Socialism) 
        สภาพการณ์ที่กรรมกรถูกเอารัดเอาเปรียบ  และแนวคิดเสรีนิยมที่ทำให้เกิดความเลื่อมใสในสังคม  จึงมีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขสังคมให้มีความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ  การเมือง  สังคมและปรารถนาจะสร้างสังคมอุดมคติที่มีความยุติธรรม  เต็มไปด้วยความสุข  มีชึวิตที่เท่าเทียมกัน  

 
การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต : การค้นพบดินแดนใหม่
 

มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวตะวันตก  เช่น  การบริโภคอาหาร  ทำให้คนจนมีอาหารพอบริโภค  ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นช่วงศตวรรษที่ 18-19   ทำให้ ตะวันตกเป็นชาติอุตสาหกรรมแทนเกษตรกรรม  เกิดเมืองใหญ่ๆเป็นเมืองอุตสาหกรรม  เกษตรกรละทิ้งที่นามาหางานทำในโรงงานอุตสาหกรรม

ศิลปะโรแมนติก
   ปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 20  เป็นศิลปะที่เกิดจากความเบื่อหน่ายในการใช้เหตุผล  ผิดหวังกับความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์  จึงสะท้อนลักษณะ

หลีกหนีความจริงของสังคม  โดยหันไปชื่นชมความงามตามธรรมชาติ  ให้มีความสำคัญกับอารมณ์  ความรู้สึก  สะท้อนแนวคิดชาตินิยม  เช่น  ลุดวิด ฟาน บีโทเฟน  
เป็นผู้ทำงานฃยรูปแบบจำกัดของดนตรีคลาสสิก

ศิลปะแบบสัจนิยม
   เป็นศิลปะที่แสดงความเจริญที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างแท้จริง  ไม่แสดงอารมณ์  ความรู้สึก  จินตนาการ  เพราะความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และวัตถุ  นักปรัชญาคนสำคัญ  ได้แก่  ชาร์ลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน ผู้เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการ  โดยการเลือกสรรตามธรรมชาติ  ลักษณะเด่นจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกหลาน

วรรณกรรม    นักประพันธ์แสดงภาพเลวร้ายในสังคม  การเอารัดเอาเปรียบแรงงานสตรีและเด็ก  สภาพโหดร้ายของโรงงานอุสาหกรรม  
                        นักเขียนอังกฤษที่มีชื่อเสียง  คือ  ชาร์ลส์ ดิกเคนส์  โอลิเวอร์ ทวิสต์  เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์  เป็นต้น
ดนตรี    แสดงอารมณ์อิสระและจินตนาการของตนเต็มที่

แนวคิดประชาธิปไตย  ระหว่าง ศตวรรษที่ 17-18
        การเปลี่ยนแปลงแนวความคิดอันเนื่องจาการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ  มีผลทำให้เกิดระบบการเมืองแบบรวมศูนย์อำนาจเข้าศูนย์กลางในระบบรัฐชาติ  ภายใต้กษัตริย์
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  มิใช่ลัทธิเทวสิทธิ์ดังเดิม
        การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการนำไปสู่การพัฒนาภูมิปัญญา  มีผลต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์  สร้างปัญญาชนกลุ่มใหม่  ที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ  ผ่อนคลายอำนาจ
กษัตริย์ เรียกยุคนี้ว่า  ยุคแห่งภูมิธรรม  (Age of Enlightenment)  
        ปัญญาชนได้เสนอแนวคิด  สัญญาประชาคม  (Soial Contrat)  คือ  ปรัชญาทางการเมืองว่าด้วยข้อตกลงระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครองในเรื่องการใช้
อำนาจผู้ปกครองทำหน้าที่ปกครองโดยได้รับความยันยิมพร้อมใจและการตกลงกับผู้ใต้ปกครอง

ลัทธิรัฐธรรมนูญ   คือ  ระบบการปกครองที่อำนาจการปกครองอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย  อำนาจไม่ได้อยู่กับตัวบุคคล  ปัญญาชนคนสำคัญ  ได้แก่

        1. โทมัส ฮอบส์  ผู้เสนอลัทธิสัญญาประชาคมคนแรก
                -  มนุษย์ควรรวมตัวกันและมอบอำนาจไว้ที่คนๆเดียว คือ พระมหากษัตริย์
                -  พระมหากษัตริย์  คือ  องค์อธิปัตย์  แต่อำนาจของกษัตริย์ต้องได้มาจากประชาชน  ไม่ใช้เทวสิทธิ์

        2. จอห์น ลอค   ผู้เสนอสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน  สิทธิขั้นมูลฐานของมนุษย์
                -  คิดค้านฮอบส์ที่รวมอำนาจไว้ที่คนๆเดียว
                -  มนุษย์รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล  ซึ่งมีหน้าที่คอยปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและมีอำนาจจำกัด
                -  เป็นที่มาอำนาจทางการเมือง  ประชาชนจึงทีสิทธิล้มล้างรัฐบาลได้  ส่งอิทธิพลต่อการปกครองของอังกฤษ  การประกาศอิสรภาพของอเมริกา  การปฏิวัติ
                   ฝรั่งเศส

        3.  มองเตสกิเออ   เจ้าของทฤษฎีแห่งการแบ่งแยกอำนาจ
                -  ความคิดมีอิทธิพลต่อการปกครองของอังกฤษและการต่อสู้เพื่อประกาศอิสรภาพของอเมริกา  ค.ศ. 1776  และการปฏิวัติฝร้งเศส ค.ศ.1789
                -  รูปแบบการปกครองต้องสอดคล้องกับลักษณะภูมิศาสตร์  ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมาะกับประชาชนที่ขาดความกระตือรือร้น
                -  หลักของการแบ่งแยกอำนาจที่สำคัญ  คือ  อำนาจนิติบัญญัติ  บริหาร  ตุลาการ  ซึ่งเป็นอิสระจากกัน  ต้องคอยตรวจสอบ  ส่งผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของ
                   อเมริกา
                -  เจ้าของหนังสือ  The Sprit of Law

        4. วอลแตร์
                -  สนับสนุนให้เสรีภาพทางศาสนา  ต่อต้านความงมงายไร้เหตุผล
                -  ประทับใจความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์  เชื่อว่าวิธีทางวิทยาศาสตร์นำมาใช้ศึกษาวิชาอื่นๆได้

        5.  รุสโซ   เจ้าของทฤษฎีอำนาจอธิปไตยเป็นปวงชน
                -  รัฐบาลเกิดจากเจตจำนงเสรีร่วมกันของประชาชน  รัฐบาลจึงมีพันธะที่จะต้องปกครองประชาชนให้ได้รับความยุติธรรมและเป็นสุข  ถ้ารัฐบาลผิดสัญญา
                   ประชาชนมีสิทธิล้มรัฐบาลได้
                -  ประชาชน คือ องค์อธิปัตย์  ปัจเจกชนบุคคลมีเจตจำนงเสรี (free eill)  ให้สิทธิเสรีแก่ประชาชน
                -  ชนชั้นกลางมีอำนาจและบทบาทมากขึ้น  กษัตริย์เริ่มหันมาปกครองอย่างเป็นธรรม

การพัฒนาของระบอบประชาธิปไตยในประเทศตะวันตก
 

อังกฤษ 
                -  เป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย  โดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

                -  ในสมัยการสร้างรัฐชาติ ( ค.ศ.1215 )  ขุนนางบังคับให้กษัตริย์  คือ  พระเจ้าจอห์นที่ 5  ทรงยอมรับ " กฎบัตรแมกนาคาร์ดา "  ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิ์
ของพระมหากษัตริย์ที่อยู่เหนือกฎหมาย  นำไปสู่การตั้งรัฐสภา ( สภาขุนนาง , สภาสามัญชน ) 
                -  เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายกษัตริย์และสภาสามัญชน  โอลิเวอร์ ครอมเวลล์  หันมาจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐ  มีสภาเดียวและครอมเวลล์ก็ใช้การ
ปกครองในฐานะเผด็จการทหาร
                -  อังกฤษมีกษัตริย์ปกครองอีกครั้ง  ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับสภายิ่งรุนแรงขึ้นภายหลังการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์  ( ค.ศ.1688)  สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2 
แห่งราชวงศ์สจ๊วต  นับเป็นชัยชนะเด็ดขาดของรัฐสภา  ผลงานการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์  ถือเป็นการสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  รัฐสภามีอำนาจสูงสุดอุดม
คติแห่งการปฏวัติของอังกฤษเป็นตัวอย่างและเป็นปฏิบัติการที่เป็นจริงของการเมืองตะวันตกในเวลานั้นๆ  ( ค.ศ.1698)  
                -  อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 18  สภาขันนางยังมีอำนาจมากกว่าสภาสามัญ  จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติปฏิรูปรัฐสภา ( ค.ศ.1832-1867 )  มอบ
สิทธิการเลือกตั้งให้กับสามัญชนมากขึ้น
               สภาขุนนางมีหน้าที่แค่ให้คำปรึกษา  กษัตริย์เป็นประมุข  นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร  กฏหมายรัฐธรรมนูญของอังกฤษมิได้เขียนเป็นลายลักษณ์
อักษร  แต่ยึดถือประเพณีและกฏปฏิบัติที่สืบต่อกันมา

สหรัฐอเมริกา  

 - อดีตอาณานิคมของอังกฤษ  เพราะอาณานิคม 13 รัฐในอเมริกาก่อตั้งโดยชาวอังกฤษอพยพที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การกดขี่ทางศาสนาของอังกฤษ

 -  รัฐสภาอังกฤษบังคับชาวอาณานิคมขายสินค้ากับอังกฤษเท่านั้น  ห้ามผลิตสินค้าแข่งกับอังกฤษ  เมื่อรัฐบาลอังกฤษผูกขาดสินค้าใบชา  ทำให้ชาวอาณานิคม
ทั้ง 13 รัฐประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776

 -  ได้รับแนวคิดทางการเมืองมาจากจอห์น ลอคและมองเตสกิเออ

 -  อเมริการ่างรัฐธรรมนูญ  มีประมุขเป็นประธานาธิบดี  แบ่งอำนาจการปกครองเป็น 3 ฝ่าย  คือ  ฝ่ายนิติบัญญัติ  บริหาร  และตุลาการ  รัฐสภาเรียกว่า  
คองเกรส  ประกอบด้วย 2 สภา  คือ  วุฒิสภา  และสภาผู้แทนราษฎร

ฝรั่งเศส

 -  กษัตริย์มีอำนาจมากโดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บอง

 -  ค.ศ.1289  ชนชั้นกลางโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16  ได้สำเร็จ  ระบบกษัตริย์สิ้นสุดลงเพราะเป็นการปกครองที่ไม่มีประสิทธิภาพ  ไม่มีแบบแผน  ราชสำนัก
ฟุ่มเฟือย  ประชาชนไม่ได้รับความงามยุติธรรม  พระและขุนนางเป็นชนชั้นที่มีอภิสิทธิ์มาก  ชนชั้นกลางมีส่วนเร่งเร้าการต่อสู้ของฝรั่งเศสอย่างมาก

 -  ได้รับแนวคิดจากนักปราชญ์ทางการเมือง  ได้แก่  จอห์น ลอค  มองเตสกิเออร์  วอลแตร์  และรุสโซ

 -  มีสภาฐานันดร  แต่สามัญชนไม่มีสิทธิ์  14 กรกฎาคม 1789  ประชาชนและปัญญาชนปฏิวัติใหญ่สมเร็จ  ล้มล้างระบบราชาธิปไตย  ประชาชนเรียกร้อง
เสรีภาพ  เสมอภาค  ภราดรภาพ  และประกาศหลังสิทธิมนุษยชนและพลเมือง    ถือเป็นแม่แบบให้เกิดการเรียกร้องเสรีภาพทางการเมือง

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

องค์การสันนิบาตชาติ ตั้งขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ สำนักงาน
ใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โครงสร้างของสันนิบาตชาติ 
          1. สมัชชา หมายถึง ที่ประชุมใหญ่ขององค์การ 
          2. คณะมนตรี ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารองค์การ ประกอบด้วย
                      - สมาชิกถาวร ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี และสหภาพโซเวียต 
                      - สมาชิกไม่ถาวร ได้แก่ประเทศที่ได้รับเลือกจากสมัชชา หมุนเวียนกันทุกปี 4 ประเทศ 
          3. สำนักเลขาธิการ ทำหน้าที่บริหารและเลือกคณะมนตรี 
          4. คณะกรรมาธิการ จัดการเกี่ยวกับงานเศรษฐกิจและสังคม 
          5. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อเสียขององค์การสันนิบาตชาติ  ได้แก่ 
         1. ไม่ได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังจากสหรัฐอเมริกา 
         2. ไม่มีกองกำลังทหารเป็นของตนเอง 
         3. ประเทศสมาชิกคำนึงถึงประโยชน์ของตนมากกว่าการรักษาสันติภาพของโลก

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

องค์การสหประชาชาติ ( The United Nations )  

การก่อตั้ง

        1.  ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด  มหาอำนาจประชุมกันหลายครั้งเพื่อสร้างสันติภาพ  ผู้ที่มีบทบาทสำคัญ  คือ  ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รุสเวลต์  แห่ง
สหรัฐอเมริกา  เซอร์วินสตัน เชอร์ชลส์  นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

        2.  ได้กำหนดกฎบัตรแอตแลนติก  วันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.1941  เพื่อจัดตั้งองค์การเพื่อทำหน้าที่รักษาสันติภาพของโลก  ต่อมาได้ร่วมมือกับประเทศผู้แพ้
สงคราม  ลงนามในปริญญาสหประชาชาติ  วันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1942  เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า  สหประชาชาติ  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดำรงไว้ซึ่งสันติภาพและ
ความมั่นคงระหว่างประเทศ

        3.  ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม , 28 กันยายน ค.ศ.1944  ฝ่ายสัมพันธมิตร  ได้จัดให้มีการประชุมที่กรุงวอชิงตัน  ที่ประชุมเสนอให้มีการจัดตั้ง  องค์การสห
ประชาชาติ  และประชุมอีกครั้งที่สหภาพโซเวียต  เพื่อแก้ความขัดแย้งเรื่องคณะมนตรีความมั่นคง

        4.  ประเทศต่างๆ 51 ประเทศ  ได้ลงนามรับรองกฎบัตรสหประชาชาติ  ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ.1945

วัตถุประสงค์

        1.  ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ  ระงับกรณีพิพาทโดยสันติวิธี

        2.  พัฒนาสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ

        3.  แก้ปัญหาเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  มนุษยะรรมและสนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชน

        4.  เป็นศูนย์กลางความร่วมมือและประสานงานของชาติต่างๆ

โครงสร้างอำนาจและหน้าที่

        สมัชชาใหญ่     เป็นที่ประชุมใหญ่ของประเทศสมาชิก  กำหนดกิจกรรมขององค์การ  รับรายงานเรื่องต่างๆ  ควบคุมงบประมาณ  เลิอกบุคคากรในองค์กรต่างๆ

        คณะมนตรีความมั่นคง  มีหน้าที่การรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ  มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบข้อขัดแย้งใดๆที่อาจจะกระทบต่อความมั่น
คงและสันติภาพ  ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 15 ชาติ  แบ่งเป็น 2 ประเภท  คือ

                          -  สมาชิกถาวร  ได้แก่  สหรัฐอเมริกา  โซเวียต  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  และจีน

                          -  สมาชิกไม่ถาวร  ได้แก่  สมาชิกที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง 10 ประเทศ  ในการลงมติต้องได้รับเสียงไม่ต่ำกว่า 9 เสียงและสมาชิกถาวรต้องไม่ออก เสียงคัดค้าน  มตินั้นจึงจะถือว่าผ่าน

        คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม  :  ประสานงานให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ  สังคม  และวัฒนธรรม

        คณะมนตรีภาวะทรัสดี  :  ให้คำปรึกษาการบริหารดินแดนในภาวะทรัสดี

        ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ  :  พิพากษาคดีข้อขัดแย้งทางกฎหมายของประเทศต่างๆ หรือหน่วยงานอื่น

องค์การพิเศษอื่นๆ

          1. สหประชาชาติจัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามความจำเป็นกรณี  เช่น  สำนักงานใหญ่ข้าหลวง  ดำเนินงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ( United Nations Commisiener for Refogees : UNHCR )  โครงการพัฒนาสหประชาชาติ  ( United Nations Development Project : UNDP )

        2.  คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม  ประสานงานกับทบวงชำนัญพิเศษ  เพื่อร่วมมือดำเนินกิจกกรมระหว่างประเทศ  ปฏิบัติงานเพื่อยกระดับความเป็นอยู่และ
สวัสดิภาพของประชาชนในประเทศต่างๆ  เช่น  องค์การอนามัยโลก ( World Health Organixation : WHO )  องค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( United Nations Education , Scientific and Cutural Organization : UNESCO )  กองทุนเงินระหว่างประเทศ ( International
Monelary Fond : IMF )

ข้อจำกัดบทบาทของสหประชาชาติ

        1.  ปัญหาการใช้สิทธิยับยั้ง

        2.  ปัญหาค่าใช้จ่ายขององค์การ

        3.  ปัญหาการขาดอำนาจบังคับอย่างเด็ดขาด

        4.  ความจำกัดในขอบเขตแห่งการดำเนินงาน

        5.  การขยายอำนาจและแทรกแซงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ

 

By....

นางสาว  กมลรัตน์  อิฐรัตน์

นางสาว  กุลสตรี   อัศวภูมิ

 



edit @ 20 Feb 2012 09:55:37 by 406-Dmsu

edit @ 20 Feb 2012 10:01:47 by 406-Dmsu

edit @ 20 Feb 2012 15:14:27 by 406-Dmsu

Comment

Comment:

Tweet

????????????????? | 406-Dmsu

#1191 By lose weight capsule (124.231.209.111) on 2013-09-27 20:33

????????????????? | 406-Dmsu

#1190 By reduce weight (124.231.209.111) on 2013-09-27 20:27

????????????????? | 406-Dmsu

#1189 By reduce weight (124.231.209.111) on 2013-09-27 20:26

????????????????? | 406-Dmsu

#1188 By lose weight (124.231.209.111) on 2013-09-27 10:55

????????????????? | 406-Dmsu

#1187 By meizitang (124.231.209.111) on 2013-09-27 10:50

????????????????? | 406-Dmsu

#1186 By lida diet pills (124.231.209.111) on 2013-09-27 10:50

????????????????? | 406-Dmsu

#1185 By lose weight (124.231.209.111) on 2013-09-26 23:34

????????????????? | 406-Dmsu

#1184 By reduce weight (124.231.209.111) on 2013-09-26 23:19

YaBB.

#1183 By maillot liverpool (219.136.101.204) on 2013-09-04 18:15

viewtopic-p-*.html

#1182 By burberry menswear (202.103.133.104) on 2013-08-29 17:32

/*.html?view=

#1181 By maillot allemagne coupe du monde 2010 (202.105.61.29) on 2013-08-27 01:59

respectable a bhfuil an iarbhír is féidir d'fhonn a buntáiste díreach faoi gach cine daonna, atá comhdhéanta de Tony a2z.

#1180 By prada outlet online (92.96.150.109) on 2013-08-26 02:41

You made several nice points there. I did a search on the subject matter and found mainly folks will go along with with your blog.

#1179 By louis vuitton outlet (192.74.245.84) on 2013-08-19 19:58

index.php/forum/index.php/topic

#1178 By maillot marseille 2013-2014 (14.150.72.155) on 2013-08-18 07:32

forum-thread-view?r=

#1177 By maillot portugal euro 2013 (14.150.72.155) on 2013-08-18 05:36

viewtopic,p,*.html

#1176 By maillot USA (14.150.72.155) on 2013-08-18 04:12

great blog! the information you provide is quiet helpful, why i was not able to find it earlier. anyways ive subscribed to your feeds, keep the good work up.

#1175 By maillot de foot (202.105.63.216) on 2013-08-17 06:11

Last a few years has been to Ibiza, so met a person there whose style of presentation is very similar to yours. But, unfortunately, that person is too far from the Internet!…

#1174 By http://maillotallemagne.ethicalbase.com (183.5.141.39) on 2013-08-16 18:35

/forum/profile.php?id=

#1173 By http://maillotpologne.wehaay.com/ (14.150.72.197) on 2013-08-08 02:10

/forum/user/

#1172 By http://maillotmarseille.1to1elite.com/ (202.103.133.46) on 2013-08-06 04:30

action=profile;u=

#1171 By http://maillotfootarsenal.ethicalbase.com/ (202.103.133.46) on 2013-08-06 03:43

action=profile;u=

#1170 By http://www.alexa.com/siteinfo/maillotdefoots.com (113.119.53.140) on 2013-08-03 06:45

Many thanks a whole lot for sharing! I will definitely be back.

#1169 By http://maillotacmilan.1to1elite.com/ (183.5.140.64) on 2013-08-02 14:06

Way too Hectic To Handle sunglass? Replica Oakleys Sale http://www.replicaoakleysglasses.com

#1168 By Replica Oakleys Sale (220.161.118.91) on 2013-07-29 14:12

action=profile;u=

#1167 By http://maillotmexique.1to1elite.com/ (116.21.64.219) on 2013-07-26 18:00

Very great post. I simply stumbled upon your blog and wanted to mention that I’ve really loved browsing your blog posts. After all I’ll be subscribing in your feed and I am hoping you write again soon!

#1166 By http://www.link898.com/ (219.136.100.117) on 2013-07-25 07:52

Many thanks a whole lot for sharing!

#1165 By http://www.link898.com/ (219.136.100.117) on 2013-07-25 02:52

Great, thanks for sharing this blog.Thanks Again. Will read on...

#1164 By http://www.link898.com/ (202.105.62.50) on 2013-07-24 10:33

の組み合わせ。今日では google とビン <a href="http://www.maillot-de-foot-pascher.net/" title="maillot de foot">maillot de foot</a>

#1163 By http://www.maillot-de-foot-pascher.net/ (116.21.64.35) on 2013-07-23 23:41

story.php?title=

#1162 By http://maillotdanemark.1to1elite.com (14.150.75.11) on 2013-07-22 08:13

?p=*#comment-

#1161 By http://maillotportugal.wehaay.com/ (202.103.132.72) on 2013-07-20 18:38

index.php?s= showtopic=

#1160 By http://maillotbresil.1to1elite.com (202.103.132.72) on 2013-07-20 18:06

viewtopic-p-*.html

#1159 By http://maillotchelsea.ethicalbase.com/ (202.103.132.178) on 2013-07-18 13:26

ForumMemberProfile/show/

#1158 By http://maillotacmilan.ethicalbase.com/ (14.147.205.133) on 2013-07-17 16:40

I am really thankful to the author of this post for making this lovely and informative article live here for us. We really appreciate ur effort. Keep up the good work. . . .

#1157 By Cheap Oakleys (123.188.180.207) on 2013-07-16 20:47

Prepare yourself for that opinion: Nothing else compares to.

#1156 By Cheap Oakleys (216.244.87.68, 87.242.110.30) on 2013-07-16 02:00

/viewtopic/p=*.html

#1155 By maillot de foot pas cher (113.119.53.1) on 2013-07-15 03:53

index.php?action=vthread&forum=*&topic=*

#1154 By lunette de soleil ray ban (113.119.53.1) on 2013-07-15 03:22

index/topic/id/

#1153 By maillot de foot pas cher (113.119.53.1) on 2013-07-15 02:06

index.php?s= showtopic=

#1152 By maillot de foot (113.119.53.1) on 2013-07-15 01:22

/forum/profile.php?id=

#1151 By maillot de foot (113.119.53.1) on 2013-07-15 00:06

Great write-up, I am normal visitor of one¡¦s web site, maintain up the excellent operate, and It is going to be a regular visitor for a long time. louis vuitton outlet http://mcgrafix.com

#1150 By louis vuitton outlet (192.74.245.82) on 2013-07-14 21:01

G http://images.baidu.com/

#1149 By baidu (103.7.57.18|208.115.216.19) on 2013-07-11 22:09

index.php?app=forums

#1148 By maillot psg 2013 (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 17:14

index.php?action=vthread&forum=*&topic=*

#1147 By maillot foot (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 17:02

viewtopic.php?t=*

#1146 By maillot foot pas cher (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 16:59

Forum/post.php?tid=

#1145 By maillot de foot (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 16:01

messageboard/index.php?s=

#1144 By maillot de foot (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 15:38

G http://images.baidu.com/

#1143 By baidu (103.7.57.18|208.115.216.19) on 2013-07-11 15:33

viewtopic.htm?p=*

#1142 By maillot de foot pas cher (103.7.57.18|14.150.73.115) on 2013-07-11 14:13